ปราสาทตำหนักไทร

ที่ตั้ง  บ้านตำหนักไทร ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นปราสาที่ตั้งอยู่ต้นน้ำห้วยทา เชิงเขาพนมดงเร็ก ใกล้ชายแดนประเทศกัมพูชา และสามารถขึ้นลงเดินทางผ่านไปยังประเทศกัมพูชา ได้โดยผ่านช่องพระพลัย ระยะทาง  ถนนจากอำเภอขุนหาญ-สำโรงเกียรติ สภาพถนนลาดยาง ระยะทาง ๑๔ กิโลเมตร สภาพทั่วไป ปราสาทตำหนักไทรเป็นปรางค์เดี่ยวรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก่อด้วยอิฐย่อมุมไม้สิบสองบนฐานศิลาทราย ขนาดกว้างยาวประมาณ ๔x๔ เมตร  มีประตูเข้าออกได้ทางเดียว คือ ทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นด้านหน้า 
อีกสามด้านเป็นประตูหลอกสลักเป็นรูปบานประตูลงในเนื้ออิฐ กรอบประตูด้านหน้าสร้างด้วยศิลาทราย ทับหลังเป็นภาพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์เหนือพระยาอนันตนาคราช๗ เศียร มีพระชายา คือ พระลักษมีนั่งอยู่ หลังพระชงฆ์ และพระพรหม ผุดมาจากพระนาภี สองข้างพระพรหมขนาบด้วยรูปฤาษีและบุคคลนั่งในซุ้มเรือนแก้ว ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย
ปัจจุบันมีรูปสิงห์ ๒ ตัว สลักด้วยศิลาทรายลอยตัวอยู่บริเวณทางเข้าหน้าปรางค์ มีบัวยอดปรางค์ หล่นอยู่หน้าปราสาท เสาประดับกรอบประตูหายไป ส่วนแท่นฐานประติมากรรมตั้งอยู่ตรงกลาง ภายในองค์ปรางค์ มีบารายอยู่ด้านทิศตะวันออกของปรางค์ปราสาทอายุของปราสาท การพิจารณาอายุปราสาทตำหนักไทร นักโบราณคดีมีความเห็นแตกต่างกันเพราะปราสาทแห่งนี้มีประติมากรรมหลายชิ้น แต่ละชิ้นเป็นศิลปะขอมแต่แบบต่างกัน ศาสตราจารย์หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล เสนอความคิดเห็นว่าทับหลังบรรทมสินธุ์ของปราสาทแห่งนี้ พระนารายณ์บรรทสินธุ์ แบนเรียบไปกับพระยานาค มิได้ตั้งองค์ขึ้น อาจเก่าถึงพุทธศตวรรษที่๑๓  เมื่อดูใต้ภาพพระนารายบรรทมสินธุ์ มีแนวลายบัวคว่ำ แล้วจึงถึงลายพวงมาลัย มีอุบะคั่นอย่างสวยงาม ซึ่งเป็นศิลปะขอมในระหว่าง พ.ศ.๑๔๐๐-๑๔๕๐ และจากลายบนเสาประดับกรอบประตูมีลายใบไม้สลับกับพวงอุบะ ซึ่งเป็นของเก่าในระหว่าง พ.ศ. ๑๔๐๐-๑๔๕๐ แต่เสานี้ก็เป็นเสา ๘ เหลี่ยม และมีลวดลาย
ประดับ ทั้งที่กึ่งกลางของเสา ที่เสี้ยวและกึ่งกลางของเสี้ยวและยังรักษาลำดับความสำคัญลดหลั่นกันอยู่คงสลักขึ้นในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๖ หลักฐานที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งคือ อัฒจันทร์ศิลาที่สมภารวัดสำโรงเกียรติ ได้นำมาจากปราสาทตำหนักไทรมาเก็บไว้ที่วัด เมื่อพิจารณาจากรูปร่างเทียบเคียงกับอัฒจันทร์ขอม ก็เห็นว่ามีอายุอยู่ในระหว่างต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๓ จากหลักฐานดังที่ได้กล่าวแล้ว 
อาจกล่าวได้ว่าปราสาทตำหนักไทรสร้างราว พุทธศตวรรษที่ ๑๕ และ๑๖ หรือหลังจากนั้น จึงนับว่าเป็นปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัดศรีะเกษ

Translate »
img-highlight-1
img-highlight-2